ฟาฟเนียร์
ฟาฟเนียร์ (Fáfnir) คือตัวละครในเทวตำนานนอร์ส ต่อมาริชชาร์ท วากเนอร์ ได้ดัดแปลงตำนานเกี่ยวกับตัวละครดังกล่าวเป็นตัวละคร ฟาฟเนอร์ (Fafner) ในอุปรากรชุด แหวนของนีเบอลุง ซึ่งทั้งฟาฟเนียร์และฟาฟเนอร์เป็นมังกรเหมือนกัน แต่มีภูมิหลังก่อนกลายเป็นมังกรแตกต่างกัน
ในร้อยกรองเอ็ดดา
[แก้]เรื่องราวของฟาฟเนียร์ในหนังสือ ร้อยกรองเอ็ดดา (Poetic Edda) ความว่า ฟาฟเนียร์เป็นบุตรของฮไรด์มาร์ (Hreidmar) เจ้านครคนแคระ และเป็นพี่ชายของเรกิน (Regin) กับอ็อทเทอร์ (Otr) หลังจากอ็อทเทอร์ถูกเทพโลกีสังหารโดยอุบัติเหตุ ทวยเทพต้องชดใช้ค่าไถ่ด้วยทองคำที่ยึดมาจากคนแคระนามว่าอันดวารี (Andvari) ซึ่งอันดวารีได้สาปเอาไว้ว่า "ทองคำนี้จะเป็นความพินาศของใครก็ตามที่ครอบครองมัน"[1] โดยฮไรด์มาร์ผู้เป็นบิดาระบุว่าฟาฟเนียร์มีพละกำลังมหาศาลและมีจิตใจที่ดุร้ายที่สุดในบรรดาพี่น้อง
เมื่อขุมทรัพย์ถูกส่งมอบ ความโลภเข้าครอบงำจิตใจของฟาฟเนียร์จนนำไปสู่การสังหารบิดาของตนเพื่อครอบครองสมบัติและแหวนอันดวารานอต (Andvaranaut) เขาขับไล่เรกินผู้น้องและนำทองคำทั้งหมดหนีไปยังทุ่งกนิตาเฮธ (Gnitaheið) แล้วฟาฟเนียร์ก็ได้แปรเปลี่ยนสภาพร่างกายเป็นมังกรยักษ์เพื่อนอนเฝ้าขุมทรัพย์ [2] เขายังได้ครอบครองหมวกแอกิสฮยัลเมอร์ (Ægishjalmr) ซึ่งใช้สร้างความหวาดกลัวแก่ศัตรู โดยฟาฟเนียร์กล่าวว่าตนเองมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าใครจนไม่มีใครกล้าเผชิญหน้า
ต่อมาเรกินยุยงให้ซิกวร์ด (Sigurd) วีรบุรุษผู้ถือดาบกราเมอร์ (Gramr) ทำการสังหารมังกร ซิกวร์ดขุดหลุมดักซุ่มบนทางที่มังกรใช้เคลื่อนที่ไปแหล่งน้ำและแทงดาบเข้าที่ตำแหน่งหัวใจของฟาฟเนียร์จนบาดเจ็บสาหัส[3] ในช่วงลมหายใจสุดท้าย ฟาฟเนียร์ได้สนทนากับซิกวร์ดและถ่ายทอดภูมิปัญญาเกี่ยวกับชะตากรรมของทวยเทพ รวมถึงย้ำเตือนเรื่องคำสาปของสมบัติ
ในร้อยแก้วเอ็ดดา
[แก้]เรื่องราวของฟาฟเนียร์ในหนังสือ ร้อยแก้วเอ็ดดา (Prose Edda) มีความว่า สามเทพได้แก่โอดิน เฮอเนียร์ และโลกี เดินทางมายังน้ำตกอันดวารี โลกิได้ใช้ก้อนหินสังหารนากตัวหนึ่งที่กำลังกินปลาแซลมอน ซึ่งแท้จริงคือนากตัวนั้นคืออ็อทเทอร์ (Otr) บุตรของฮไรด์มาร์ (Hreidmar) ที่แปลงกายมา[4] ดังนั้นทวยเทพต้องหาทองคำมาบรรจุในหนังนากจนเต็มและคลุมทับภายนอกจนมิดเพื่อเป็นค่าสินไหมทดแทน
โลกิเดินทางไปจับตัวคนแคระอันดวารี (Andvari) และยึดขุมทองรวมถึงแหวนอันดวารานาท (Andvaranaut) อันดวารีจึงสาปไว้ว่า "ทองคำและแหวนนี้จะกลายเป็นจุดจบของชีวิตทุกคนที่ครอบครองมัน" เมื่อฮไรด์มาร์ได้รับสมบัติ ฟาฟเนียร์และเรกินได้เรียกร้องส่วนแบ่งในฐานะค่าทำขวัญที่เสียพี่ชาย แต่ฮไรด์มาร์ปฏิเสธ ฟาฟเนียร์จึงสังหารบิดาของตนในขณะที่หลับเพื่อชิงขุมทรัพย์เพียงผู้เดียว เมื่อเรกินมาขอส่วนแบ่งอีกครั้ง ฟาฟเนียร์ข่มขู่จะฆ่าน้องชายและนำสมบัติทั้งหมดหนีไปยังทุ่งกนิตาเฮธ เรื่องราวส่วนที่เหลือโดยรวมเหมือนกับในร้อยกรองเอ็ดดา
ในแหวนของนีเบอลุง
[แก้]ในอุปรากรภาค ซีคฟรีท (Siegfried) ของมหากาพย์ชุด แหวนของนีเบอลุง (Der Ring des Nibelungen) ฟาฟเนอร์คือยักษ์ผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะนายช่างผู้ร่วมสร้างปราสาทวัลฮัลลาให้แก่ทวยเทพ ต่อมาจึงได้ค่าจ้างเป็นทองคำและแหวนแห่งอำนาจที่มีคำสาปติดอยู่ ทันทีที่พวกเขาสองพี่น้องได้รับทองคำ ความละโมบที่ถูกกระตุ้นโดยคำสาป ฟาฟเนอร์สังหารฟาโซลท์ (Fasolt) พี่ชายของตนเองอย่างโหดเหี้ยมเพื่อครอบครองสมบัติแต่เพียงผู้เดียว[5] หลังจากครอบครองทองคำ ฟาฟเนอร์ใช้หมวกวิเศษที่ชื่อว่าทาร์นเฮล์ม (Tarnhelm) ซึ่งมีอำนาจในการแปลงกาย แปลงร่างตนเองให้กลายเป็นมังกรยักษ์เพื่อเฝ้าสมบัติอยู่ในถ้ำ เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในฐานะสัตว์ร้ายที่คอยปกป้องสิ่งที่ตนแย่งชิงมา จนกระทั่งวาระสุดท้ายมาถึงเมื่อเขาถูกวีรบุรุษซีคฟรีท สังหารด้วยดาบโนทุง (Nothung)[6]