close
ข้ามไปเนื้อหา

ฟาฟเนียร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Fafnir)

ฟาฟเนียร์ (Fáfnir) คือตัวละครในเทวตำนานนอร์ส ต่อมาริชชาร์ท วากเนอร์ ได้ดัดแปลงตำนานเกี่ยวกับตัวละครดังกล่าวเป็นตัวละคร ฟาฟเนอร์ (Fafner) ในอุปรากรชุด แหวนของนีเบอลุง ซึ่งทั้งฟาฟเนียร์และฟาฟเนอร์เป็นมังกรเหมือนกัน แต่มีภูมิหลังก่อนกลายเป็นมังกรแตกต่างกัน

ในร้อยกรองเอ็ดดา

[แก้]

เรื่องราวของฟาฟเนียร์ในหนังสือ ร้อยกรองเอ็ดดา (Poetic Edda) ความว่า ฟาฟเนียร์เป็นบุตรของฮไรด์มาร์ (Hreidmar) เจ้านครคนแคระ และเป็นพี่ชายของเรกิน (Regin) กับอ็อทเทอร์ (Otr) หลังจากอ็อทเทอร์ถูกเทพโลกีสังหารโดยอุบัติเหตุ ทวยเทพต้องชดใช้ค่าไถ่ด้วยทองคำที่ยึดมาจากคนแคระนามว่าอันดวารี (Andvari) ซึ่งอันดวารีได้สาปเอาไว้ว่า "ทองคำนี้จะเป็นความพินาศของใครก็ตามที่ครอบครองมัน"[1] โดยฮไรด์มาร์ผู้เป็นบิดาระบุว่าฟาฟเนียร์มีพละกำลังมหาศาลและมีจิตใจที่ดุร้ายที่สุดในบรรดาพี่น้อง

เมื่อขุมทรัพย์ถูกส่งมอบ ความโลภเข้าครอบงำจิตใจของฟาฟเนียร์จนนำไปสู่การสังหารบิดาของตนเพื่อครอบครองสมบัติและแหวนอันดวารานอต (Andvaranaut) เขาขับไล่เรกินผู้น้องและนำทองคำทั้งหมดหนีไปยังทุ่งกนิตาเฮธ (Gnitaheið) แล้วฟาฟเนียร์ก็ได้แปรเปลี่ยนสภาพร่างกายเป็นมังกรยักษ์เพื่อนอนเฝ้าขุมทรัพย์ [2] เขายังได้ครอบครองหมวกแอกิสฮยัลเมอร์ (Ægishjalmr) ซึ่งใช้สร้างความหวาดกลัวแก่ศัตรู โดยฟาฟเนียร์กล่าวว่าตนเองมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าใครจนไม่มีใครกล้าเผชิญหน้า

ต่อมาเรกินยุยงให้ซิกวร์ด (Sigurd) วีรบุรุษผู้ถือดาบกราเมอร์ (Gramr) ทำการสังหารมังกร ซิกวร์ดขุดหลุมดักซุ่มบนทางที่มังกรใช้เคลื่อนที่ไปแหล่งน้ำและแทงดาบเข้าที่ตำแหน่งหัวใจของฟาฟเนียร์จนบาดเจ็บสาหัส[3] ในช่วงลมหายใจสุดท้าย ฟาฟเนียร์ได้สนทนากับซิกวร์ดและถ่ายทอดภูมิปัญญาเกี่ยวกับชะตากรรมของทวยเทพ รวมถึงย้ำเตือนเรื่องคำสาปของสมบัติ

ในร้อยแก้วเอ็ดดา

[แก้]

เรื่องราวของฟาฟเนียร์ในหนังสือ ร้อยแก้วเอ็ดดา (Prose Edda) มีความว่า สามเทพได้แก่โอดิน เฮอเนียร์ และโลกี เดินทางมายังน้ำตกอันดวารี โลกิได้ใช้ก้อนหินสังหารนากตัวหนึ่งที่กำลังกินปลาแซลมอน ซึ่งแท้จริงคือนากตัวนั้นคืออ็อทเทอร์ (Otr) บุตรของฮไรด์มาร์ (Hreidmar) ที่แปลงกายมา[4] ดังนั้นทวยเทพต้องหาทองคำมาบรรจุในหนังนากจนเต็มและคลุมทับภายนอกจนมิดเพื่อเป็นค่าสินไหมทดแทน

โลกิเดินทางไปจับตัวคนแคระอันดวารี (Andvari) และยึดขุมทองรวมถึงแหวนอันดวารานาท (Andvaranaut) อันดวารีจึงสาปไว้ว่า "ทองคำและแหวนนี้จะกลายเป็นจุดจบของชีวิตทุกคนที่ครอบครองมัน" เมื่อฮไรด์มาร์ได้รับสมบัติ ฟาฟเนียร์และเรกินได้เรียกร้องส่วนแบ่งในฐานะค่าทำขวัญที่เสียพี่ชาย แต่ฮไรด์มาร์ปฏิเสธ ฟาฟเนียร์จึงสังหารบิดาของตนในขณะที่หลับเพื่อชิงขุมทรัพย์เพียงผู้เดียว เมื่อเรกินมาขอส่วนแบ่งอีกครั้ง ฟาฟเนียร์ข่มขู่จะฆ่าน้องชายและนำสมบัติทั้งหมดหนีไปยังทุ่งกนิตาเฮธ เรื่องราวส่วนที่เหลือโดยรวมเหมือนกับในร้อยกรองเอ็ดดา

ในแหวนของนีเบอลุง

[แก้]

ในอุปรากรภาค ซีคฟรีท (Siegfried) ของมหากาพย์ชุด แหวนของนีเบอลุง (Der Ring des Nibelungen) ฟาฟเนอร์คือยักษ์ผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะนายช่างผู้ร่วมสร้างปราสาทวัลฮัลลาให้แก่ทวยเทพ ต่อมาจึงได้ค่าจ้างเป็นทองคำและแหวนแห่งอำนาจที่มีคำสาปติดอยู่ ทันทีที่พวกเขาสองพี่น้องได้รับทองคำ ความละโมบที่ถูกกระตุ้นโดยคำสาป ฟาฟเนอร์สังหารฟาโซลท์ (Fasolt) พี่ชายของตนเองอย่างโหดเหี้ยมเพื่อครอบครองสมบัติแต่เพียงผู้เดียว[5] หลังจากครอบครองทองคำ ฟาฟเนอร์ใช้หมวกวิเศษที่ชื่อว่าทาร์นเฮล์ม (Tarnhelm) ซึ่งมีอำนาจในการแปลงกาย แปลงร่างตนเองให้กลายเป็นมังกรยักษ์เพื่อเฝ้าสมบัติอยู่ในถ้ำ เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในฐานะสัตว์ร้ายที่คอยปกป้องสิ่งที่ตนแย่งชิงมา จนกระทั่งวาระสุดท้ายมาถึงเมื่อเขาถูกวีรบุรุษซีคฟรีท สังหารด้วยดาบโนทุง (Nothung)[6]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Poetic Edda, Reginsmál, 5
  2. Poetic Edda, Fáfnismál, Prose Intro
  3. Poetic Edda, Fáfnismál, Prose
  4. Prose Edda, Skáldskaparmál, 39
  5. Sabor, R. (1989). The Real Wagner. Sphere Books.
  6. Magee, B. (2000). The Tristan Chord: Wagner and Philosophy. Metropolitan Books